ปวดเมื่อยตัว ยาคลายกล้ามเนื้อช่วยได้จริงไหม ใช้ยังไงให้ถูกต้อง ไม่พึ่งยาเกินพอดี
ใครเคยตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์ขึ้นสนิมบ้าง ขยับตัวที ร้องอู้ยยย ปวดไปทั้งหลังทั้งคอ เหมือนเพิ่งไปยกฟิตเนสมาทั้งยิม ทั้งที่แค่หลับผิดท่าหรือทำงานนั่งนานเกินไป
คำตอบที่หลายคนคิดถึงทันทีคือ “ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ”
ยาพวกนี้ช่วยได้จริงหรือแค่กดอาการ ใช้ยังไงถึงจะปลอดภัย
ยาคลายกล้ามเนื้อคืออะไร
ยาคลายกล้ามเนื้อไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะทานแล้วหายได้ในทันที แต่เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกร็งคลายตัวลง เหมาะกับอาการปวดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ เช่น
ยาในกลุ่มคลายกล้ามเนื้อมักมีฤทธิ์ทำให้ง่วงร่วมด้วยเล็กน้อย ดังนั้นถ้าจะกินต้องดูเวลาให้เหมาะสม และควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่ต้องขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำงานเกี่ยวกับสถานที่ที่มีความสูง
ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ ต่างกันยังไง
คนส่วนใหญ่ชอบเหมารวมว่ากินยาอะไรก็ได้ขอแค่ “หายปวด” แต่การออกฤทธิ์ของยาและการเลือกยาทานให้เหมาะสมกับยาอาการนั้น เป็นสิ่งที่คำนึงถึงเป็นอันดับแรก
บางครั้งแพทย์อาจสั่งทั้งสองชนิดมาให้กินควบคู่กัน เพื่อบรรเทาอาการได้ครอบคลุมมากขึ้น
ใช้ยังไงถึงจะ “ไม่เสี่ยง”
แม้ชื่อจะบอกว่า “ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ” แต่การทานบ่อยมากเกินไป อาจะไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาว ฉะนั้นเราควรที่จะทราบข้อมูลการใช้ยาที่ถูกต้อง และรู้ผลข้างเคียงที่จะตามมา เช่น
หากใช้ติดต่อกันนานแล้วยังมีรู้สึกมีอาการ สิ่งที่ควรปฎิบัติ คือ ให้หมั่นสังเกตอาการตัวเอง หากไม่ดีขึ้นภายใน 10 วันหรือมีสัญญาณอันตราย เช่น น้ำหนักลด ปวดรุนแรงจนไม่สามารถเดิน ยืน นั่ง ได้ปกติ มีประวัติการใช้ยากดภูมิ หรืออาการปวดรักษามานานเกิน 6 เดือน ควรหยุดยาและไปหาหมอทันที
ไม่อยากพึ่งยา ลองวิธีธรรมชาติก็ช่วยได้
ถ้าอาการปวดยังไม่หนักมาก สามารปรับพฤติกรรมและลองวิธีเหล่านี้ก่อนช่วยลดการพึ่งยาได้
1.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ
2.ประคบร้อนบริเวณที่มีอาการปวด
3.พักผ่อนให้เพียงพอ
4.ปรับพฤติกรรม เช่น เปลี่ยนเก้าอี้ ปรับท่านั่ง
บางครั้งแค่ปรับชีวิตประจำวันนิดเดียวก็ช่วยให้หายปวดได้ อาจะไม่ถึงขั้นต้องทานยาแก้ปวดเป็นประจำ
สรุป
ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ ใช้ได้ถ้าปวดแบบกล้ามเนื้อเกร็งหรือตึงตัว แต่ต้องใช้อย่างมีสติ ไม่พึ่งทุกครั้งที่เมื่อย และควรเป็นภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มจากการดูแลตัวเองก่อนที่จะหยิบยา หรือขอคำแนะนำจากเภสัชกร เพื่อให้คุณมั่นใจวิธีการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย